ธปท.จับมือ ก.ล.ต. ประกาศเบรก ห้ามใช้คริปโตชำระสินค้าและบริการ

ธปท.จับมือ ก.ล.ต. ประกาศเบรก ห้ามใช้คริปโตชำระสินค้าและบริการ

1 ปีแล้วที่คนในประเทศไทยส่วนใหญ่ได้รู้จักกับเงินสกุลดิจิตอลหรือว่าคริปโตเคอเรนซี่หลังจากที่เมื่อปีที่แล้วตลาดคริปโตนั้นถือว่าเติบโตขึ้นมามากเลยทีเดียว จนสามารถเรียกได้ว่าเป็นปีทองของตลาดคริปโตเคอเรนซี่ ผู้คนแห่เข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมากและได้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย ซึ่งการที่คนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยทำให้ Exchange หรือตลาดแลกเปลี่ยนซื้อขายในประเทศไทยนั้นมีอัตราการเติบโตที่พุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะ Bitkub ที่มีคนแห่เข้ามาสมัครเพื่อซื้อทรัพย์สินดิจิตอลกันเป็นจำนวนมากจนบริษัทกลายเป็นบริษัทระดับยูนิคอร์นอันดับที่ 2 ของประเทศไทยเลยทีเดียวและเมื่อตลาดเริ่มมีการเติบโตทางผู้ประกอบธุรกิจก็เริ่มที่จะหาแนวทางในการใช้ประโยชน์จากคริปโตเคอเรนซี่เพิ่มมากขึ้น

ธปท.จับมือ ก.ล.ต. 1

ซื้อขายสินค้าและบริการโดยใช้คริปโต

ตั้งแต่ตลาดซื้อขายทรัพย์สินที่เช่าในประเทศไทยเริ่มมีการเติบโตมากขึ้นเราก็เริ่มเห็นทิศทางในการทำธุรกิจมากขึ้นตัวอย่างเช่นบริษัท Bitkub ที่เริ่มเดินทางไปจับมือกับบริษัทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น The Mall, Bangkok Airway แล้วบริษัทอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งบริษัทบางส่วนนั้นก็สามารถรับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านคริปโตเคอเรนซี่ได้ หลังจากที่ได้มีการประกาศจับมือและให้มีการชำระเงินด้วยคริปโตเคอเรนซี่หลายๆ คนคงได้ลองใช้คริปโตเคอเรนซี่ในการชำระค่าสินค้าและบริการแล้วอย่างแน่นอน

หรืออีก 1 บริษัทก็คือ Zipmex ที่ก็มีฟังก์ชันที่ให้ผู้ใช้บริการสามารถซื้อขายสินค้าโดยใช้คริปโตเคอเรนซี่ด้วยเช่นเดียวกันตัวอย่างเช่นอสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร หรือว่าสินค้าต่าง ๆ หรือแม้แต่ร้านกาแฟ Intanon และโรงภาพยนตร์ SF ในตอนนี้ก็มีการรับชำระเงินด้วยคริปโตเคอเรนซี่แล้วด้วยเช่นเดียวกัน

ซึ่งการรับชำระเงินด้วยคริปโตเคอเรนซี่ในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก แม้ว่าราคาของเหรียญจะผันผวนก็ตามที่ ช่วงที่กระแสกำลังมาแรงก็ดูเหมือนว่าทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คริปโตเคอเรนซี่ในการชำระค่าสินค้าและบริการจึงได้ดำเนินการออกมาสั่งห้ามร้านค้าและผู้ประกอบการรับชำระเงินด้วยคริปโต

ธปท.จับมือ ก.ล.ต. 2

ธปท.,คลัง และ ก.ล.ต ไม่เห็นชอบให้ชำระเงินด้วยคริปโต

ในช่วงแรกที่ตลาดคริปโตเริ่มได้รับความนิยมและผู้คนบางส่วนหันมาชำระค่าสินค้าและบริการด้วยคริปโตแล้ว ธปท. ก็ได้มีการประกาศว่าไม่สนับสนุนให้ชำระเงินด้วยคริปโตแต่ว่าล่าสุดก็ได้มีการสั่งห้าม เพราะว่าเป็นทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงและมีความผันผวนของราคาสูงและที่สำคัญอาจจะส่งผลต่อเสถียรภาพเงินบาทในประเทศไทย โดยมีกฎระเบียบแบบคร่าว ๆ ออกมาดังนี้

  • ห้ามโฆษณากับร้านค้าเพื่อให้ร้านค้ารับคริปโตเคอเรนซี่
  • ห้ามทำระบบการเงินเพื่อใช้ในการชำระเงิน
  • ในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์จะต้องแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทเท่านั้น
  • ห้ามมิให้มีการโอนทรัพย์สินดิจิตอลจากบุคคลสู่บุคคลในแง่มุมของการชำระค่าบริการ

ถึงแม้ว่าจะสั่งห้ามชำระเงินด้วยคริปโตเคอเรนซี่ก็ตามทีแต่ดูเหมือนว่า ธปท.,คลัง และ ก.ล.ต จะหาแนวทางการใช้คริปโตเคอเรนซี่ในการชำระค่าบริการหรือวิธีการอื่นตัวอย่างเช่นการใช้งาน Stable Coin ซึ่งเป็นคริปโตประเภทที่มีการค้ำด้วยเงินดอลลาร์ทำให้ราคานิ่งและไม่มีความผันผวนมากนัก


ภาพจาก Pixabay

Facebook
Twitter

Leave a Reply

Your email address will not be published.